coinpack.com

สาระ ทั่วไป ,จิปาถะ

Browsing Posts published in December, 2011

   เรื่องการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นเรื่องสำคัญ หากสาวๆ สามารถทานอาหารที่มีไฟเบอร์เป็นประจำ ระบบขับถ่ายของคุณย่อมทำงานได้ดีกว่าเดิมและผิวพรรณก็จะดูสดใสเปล่งปลั่งมากขึ้น ยิ่งรู้ตัวว่าเป็นคนถ่ายยากยิ่งต้องเบิ้ลเป็น 2 เท่า  - กินเนื้อสัตว์มากไปทำให้ถ่ายยากนะ  -ปล่อยวาง ลดความเครียด และรีเแล็กซ์บ้าง ช่วยให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อน ส่งผลให้ระบบการทำงานของร่างกายกลับมาเป็นปกติ โดยเฉพาะลำไส้ที่จะได้บีบตัวเหมือนเดิมและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่อยู่ในกระเพาะอาหารและลำไส้จะได้กลับมามีจำนวนอยู่ในระดับที่สมดุล หากเครียดจุลินทรีย์ตัวดีโดนทำลายมาก ศักยภาพของระบบขับถ่ายก็จะลดน้อยลงไปตามระเบียบ  - ผลไม้ไม่ควรกินทันทีหลังอาหาร แต่ควรทานเมื่อท้องว่างจะให้ประโยชน์กับร่างกายได้มากกว่า และจะดีที่สุดถ้าทานในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้ดี ใครอยากลดความอ้วนเน้นทานผลไม้ตอนท้องว่างเวิร์คสุด  - ผักและผลไม้เน้นเป็นของสด จะให้ผลดีต่อการขับถ่ายมากกว่าแบบที่ผ่านการปรุงมาแล้ว  - ดื่มน้ำเยอะๆ ตื่นเช้ามาก็ควรเริ่มเลยอย่างน้อย 1-2 แก้ว ส่วนระหว่างวันก็ดื่มรวมกันให้ได้ 2 ลิตร แต่หากออกกลางแจ้งหรือเล่นกีฬาที่ทำให้เสียเหงื่อเยอะขึ้น ก็ต้องเพิ่มปริมาณน้ำขึ้นไปอีกถึงจะทดแทนน้ำได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  - ออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่ต้องถึงกับเข้าฟิตเนสก็ได้ เพียงแค่คุณพยายามขยับตัวเดินไปมา ลุกนั่งระหว่างวัน จ้อกกิ้งอยู่กับที่หรือเอ็กเซอร์ไซส์เล็กๆ ก่อนมื้อเย็น เท่านี้ก็ช่วยให้ลำไส้มีการเคลื่อนไหวพร้อมกระตุ้นให้ทำงานได้ดีขึ้นแล้ว  - ส่วนสาวที่ท้องผูกเป็นประจำ แนะนำให้ยืดเส้นยืดสายบิดตัวไปมาแต่เช้า และนวดท้องวนเป็นวนกลมช่วยกระตุ้นลำไส้ได้ดีทีเดียว  - พยายามฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา ยิ่งเป็นช่วงเช้าจะยิ่งดีมาก เพราะร่างกายจะได้ปล่อยของเก่าออกมาก่อนที่เราจะทานของใหม่เข้าไป แต่หากของเก่าที่เน่าเสียยังคงค้างอยู่ ร่างกายก็จะดูดเอาน้ำและแก๊สที่เน่ากลับเข้าไปในกระแสเลือดทำให้เลือดในร่างกายไม่สะอาด [...]

  การพอกหน้า เป็นการทำให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกไปจากผิวหน้า รวมไปถึงพวกสิวอุดตันต่างๆ ก็จะหลุดออกไปด้วย ทำให้ผิวนุ่มเนียนขึ้น ปราศจากสิวฝ้า เลือดลมบนผิวหน้าหมุนเวียนดีขึ้น และเวลาทาครีมบำรุงจะช่วยให้ซึมเข้าผิวได้ดีกว่าเดิมด้วย ส่วนใหญ่เรามักพอกหน้าด้วยโคลนที่หาซื้อทั่วไปใช่ไหมค่ะ งั้นเราลองมาพอกหน้าโดยไม่ใช้โคลน ทำได้ง่ายเหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา(ทำเอง) และยังเห็นผลทันตา ตามสูตรต่อไปนี้ค่ะ Mask สำหรับผิวธรรมดา ใช้โยเกิร์ต (รสธรรมดา) 1/4 ถ้วย ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที หรือจนรู้สึกว่าส่วนผสมที่ทาไว้แห้ง จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะทำให้ผิวหน้าเราได้คุณค่าของนมมาช่วยบำรุงผิว และน้ำผึ้งที่กระชับรูขุมขน Mask สำหรับผิวแห้ง นำกล้วยหอมสุก 1/2 ลูก มาบดแล้วผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้ทำให้หน้านุ่มและตึงสวย Mask สำหรับผิวมัน นำมะเขือเทศสุก 1 ลูก มาบดหรือสับให้ละเอียด นำมาพอกที่หน้า ทิ้งไว้ 10-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น [...]

    ก่อนที่จะรับประทาน ควรเลือกชนิดของอาหารเสียก่อนนะคะ เพราะบางทีอาหารที่เราทานลงไปทั้งๆ ที่มีประโยชน์แต่ไม่ถูกเวลา ก็อาจส่งผลเสียบางอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ค่ะ ไปดูกันว่าอาหารที่ไม่ควรรับประทานขณะท้องว่างมีชนิดใดบ้าง นมและนมถั่วเหลือง แม้ว่านมถั่วเหลืองจะอุดมไปด้วยโปรตีน แต่จะเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภทแป้งอยู่ เหล้า หากดื่มเหล้าในขณะท้องว่าง จะไปกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้ น้ำตาลหรืออาหารหวาน ไม่ควรรับประทานอาหารหวานหรือน้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะหากรับประทานขณะท้องว่างจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไต ชาที่แก่เกินไป ชาทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลงและเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะมือเท้าไม่มีแรง จิตใจไม่สงบ ลูกพลับ ไม่ควรรับประทานลูกพลับในขณะที่ท้องว่าง เพราะกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดเกลือออกมามาก หากไปรวมตัวกับยาง และสารแขวนลอยในลูกพลับแล้ว จะทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร กล้วย เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณธาตุแมกนีเซียมในเลือดสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไปเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง กระเทียม เพราะจะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบอย่างรุนแรง ผัก การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้กระเพาะอาหารเกิดอาการผิดปกติ นอกจากนั้นยังไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกายด้วยเช่นกัน เพราะการอาบน้ำและการออกกำลังกายในขณะที่ท้องว่าง จะทำให้เกิดอาการช็อกเนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย อย่าลืมสิ่งใดที่มีคุณอนันต์ก็อาจมีโทษมหันต์เช่นกัน ถ้าปฏิบัติอย่างผิดวิธี

เคล็ดลับ 10 ข้อให้คุณดูสดใสขึ้นทันตา 1. อิ่มกำลังดีกับมื้อเช้าแสนวิเศษ เราต่างก็รู้เหมือนๆ กันว่า มื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุด แต่หลายคนต้องรีบเร่งทำเวลาก่อนออกจากบ้าน จึงพลาดมื้อเช้าไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะพยายามชดเชยด้วยเครื่องดื่มร้อนๆ หรือน้ำผลไม้สักแก้ว กับขนมขบเคี้ยวจำพวกแป้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้ ขนมปังหรือ ปาท่องโก๋ก็ตาม แต่พลังงานที่ได้รับก็ยังไม่เพียงพอให้คุณได้เต็มที่กับงานและทุกสิ่งที่ประเดประดังเข้ามาในวันนั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณผ่านคืนวานอันเหนื่อยล้า และต้องการเรียกพลังกลับคืนมาโดยเร่งด่วน ต้องถือเป็นกฏเหล็กที่จะไม่งดมื้อเช้าในวันนั้น ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมื้อหนัก อาหารเช้าชุดใหญ่อะไรเลย เพราะอาจรู้สึกว่าท้องไส้ยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยอาหารปริมาณมากๆ ขอเพียงแต่พยายามเลือกกินอาหารให้ครบห้าหมู่ อย่างละนิดอย่างละหน่อยแล้วตบท้ายด้วยผลไม้สด และนมหรือโยเกิร์ตสักถ้วย ก็จะช่วยเรียกความกระปรี้กระเปร่ากลับคืนมาได้ 2. สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เป็นทางออกง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามเวลาเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า หรือเกิดความเครียดในตัวมากๆ ให้ลองแก้ง่ายๆ ด้วยการสูดลมหายใจทางจมูกเข้าปอดลึกๆ กลั้นไว้ในช่องอกประมาณ 15-20 วินาที ก่อนจะปล่อยลมหายใจออกทางปากให้หมด ทำซ้ำเช่นนี้ประมาณ 3 ครั้ง คุณจะพบว่ารู้สึกสดชื่นขึ้น ทั้งนี้เป็นเพราะปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะหายใจเข้าออกกันเพียงช่วงสั้นๆ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ วิธีนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าปอดคุณอย่างเต็มที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่ง และเลือดลมในร่างกายไหลเวียนสูบฉีดดีขึ้น 3. ดื่มนมสด นมสดแม้หนึ่งแก้วเล็กๆ มีโปรตีนชนิดที่ช่วยสร้างพลังงานให้คุณได้ถึง 3 กรัม ทำให้ร่างกายปรับตัวได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ในนมสดก็ยังเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญต่อร่างกายอีกด้วย [...]

อย่ามัวแต่พะวงและเป็นกังวลกับการดูแลผิวพรรณส่วนอื่นๆโดยลืมที่จะปกป้องดูแลผิวมือและเท้าคุณๆที่กลัวว่าผิวจะดูเหี่ยวแห้งเต็มไปด้วยริ้วรอยแลดูเกินวัยคุณควรทราบไว้นะว่า ผิวที่มือและเท้านั้นถ้าไม่ได้รับการบำรุงดูแลจะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่ายกว่าผิวส่วนอื่นๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณก้าวย่างเข้าสู่เลขสามตอนปลายมือและเท้าที่ไม่ได้รับการบำรุงอย่างพอเพียง ไหนจะโดนแสงแดดบ้าง ก็จะเริ่มมีริ้วรอยและความเหี่ยวย่นแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน และเมื่อถึงเวลานั้นจะมานั่งบำรุงด้วยครีมวิเศษแบบใดก็อาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้

คอลลาเจน และอีลาสติน สารสองชนิดนี้ที่จะทำให้ผิวเต่งตึงมีความยืดหยุ่น จะถูกร่างกายผลิตได้ลดลงเมื่อร่างกายเข้าสู่วัยกลางคนจึงไม่ต้องแปลกใจนักว่าทำไมคนเราจึงมีผิวที่เหี่ยวหนังที่ห้อยย้อยเมื่อแก่ตัวลง วิธีที่จะพอบรรเทาและยืดความเต่งตึงให้คงทนก็คือ การบำรุงและดูแลตัวเองให้อารมณ์ดี มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง รวมไปถึงการให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ด้วย ดื่มน้ำเยอะๆการรับประทานอาหารที่มีสังกะสี การชโลมโลชั่นบำรุงผิวไม่ให้ขาดตอน

คุณๆ ควรมีน้ำผึ้งแท้ๆ ติดบ้านไว้นะ นอกจากจะใช้เพิ่มความหวานให้กับอาหารและเครื่องดื่มแล้ว สุขภาพที่ดีผนวกกับความงามแบบธรรมชาติ จะวิ่งเข้าชนจนคุณตั้งรับแทบไม่ทันเลยล่ะเปลี่ยนจากการกินน้ำผึ้งมาเป็นใช้น้ำผึ้งเสริมความงามกันบ้างดีกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาแก้ไม่ตกกับรอยคล้ำบริเวณใต้ตาเพียงคุณผสมน้ำผึ้ง 1ช้อนชา ลงในน้ำอุ่นครึ่งแก้ว แล้วนำมาทาในจุดที่ต้องการแก้ไขทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ซึ่งควรทำเป็นประจำเพื่อผิวรอบดวงตาที่จะนุ่มเนียนและสดใสขึ้น

อีกหนึ่งเคล็ดลับกับการถนอมผิวหน้าให้ดูสดใสไร้ริ้วรอยเพียงคุณนำใบบัวบกมาปั่นกรองเอาแต่น้ำ จากนั้นให้นำใบบัวบกที่ได้มาทาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซึ่งคุณควรบำรุงผิวหน้าด้วยวิธีนี้ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะใบบัวบกเป็นพืชตามธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการช่วยการตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมา เพื่อช่วยชะลอริ้วรอยเหี่ยวย่นได้เป็นอย่างดี